11 กุมภาพันธ์ 2559

การออกข้อสอบวิชาเลือก ถ้าวิชาที่ใช้รหัสเดียวกัน 3 ระดับ การออกข้อสอบจำเป็นต้องทำชุดเดียวกันแล้วนำไปสอบทั้ง 3

การออกข้อสอบวิชาเลือก ถ้าวิชาที่ใช้รหัสเดียวกัน 3 ระดับ การออกข้อสอบจำเป็นต้องทำชุดเดียวกันแล้วนำไปสอบทั้ง 3 ระดับ 


ผมตอบว่า รหัสเดียวกัน คือวิชาเดียวกัน ทำข้อสอบชุดเดียวกันได้ ดีกว่าสะดวกกว่า ถ้าอยากทำไม่เหมือนกันก็ได้ ไม่ผิด แต่ไม่สะดวก จะอ้างว่า ม.ปลายเรียนยากกว่านั้น ไม่จริง ก็มันเป็นวิชาเดียวกัน ถึงจะระดับประถมก็ต้องเรียนทั้งเล่ม ( เล่มเดียวกัน ) การออกข้อสอบที่ถูกต้อง ต้องออกให้ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหลักสูตร จะบอกว่าระดับประถมเรียนในบทแรก ๆ ระดับ ม.ต้น เรียนกลางๆเล่ม ระดับ ม.ปลาย เรียนบทท้ายๆเล่ม ก็แสดงว่าจัดการเรียนการสอนในแต่ละระดับไม่ครบถ้วนตามเนื้อหาหลักสูตร

คนละอย่างกับวิชาที่เนื้อหาคล้ายกัน แต่รหัสต่างกัน เช่น พค11001 คณิตศาสตร์, พค21001 คณิตศาสตร์, พค31001 คณิตศาสตร์ 3 วิชานี้ถึงแม้จะมีเนื้อหาซ้ำกันเกิน 50 % แต่ก็ต่างกันบ้าง เมื่อรหัสต่างกันก็เป็นคนละวิชากัน ข้อสอบอาจจะเหมือนกันได้เพียงบางข้อ
วิชาที่รหัสเดียวกัน ถ้าใช้ข้อสอบชุดเดียวกันทั้ง 3 ระดับ เวลาสอบทั้งสามระดับในวิชานี้ ต้องสอบในเวลาเดียวกันนะ

การจ้างเหมาบริการ ปกติจะให้ผู้รับจ้างไปประชุมอบรมไม่ได้

1.2 การจ้างเหมาบริการ ปกติจะให้ผู้รับจ้างไปประชุมอบรมไม่ได้ ลักษณะเดียวกับการจ้างพิมพ์หนังสือเรียน ไม่ถือว่าผู้รับจ้างเป็นบุคลากรของส่วนราชการ จะให้ผู้รับจ้างพิมพ์หนังสือเรียน ไปประชุมอบรมเรื่องการพิมพ์หนังสือเรียนหรือเรื่องอื่นโดยเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงที่พักค่าเดินทางจากส่วนราชการไม่ได้ 

เช่นเดียวกัน การจ้างบรรณารักษ์จ้างเหมาบริการ ต้องเลือกจ้างจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถในงานบรรณารักษ์อยู่แล้ว จ้างมาให้ทำงานเลย ไม่ใช่การฝึกงาน จะส่งไปประชุมอบรมเรื่องบรรณารักษ์อีกไม่ได้ จะส่งไปประชุมอบรมเรื่องอื่นก็ไม่ได้ เพราะอยู่นอกเหนือบทบาทหน้าที่ ..
แต่.. ถ้ามีเหตุผล เช่น ส่วนกลางกำหนดแนวปฏิบัติมาให้ห้องสมุดทุกแห่งปฏิบัติเป็นแนวเดียวกัน จึงต้องจัดอบรมชี้แจงแนวปฏิบัติ เป็นต้น.. ก็จัดอบรมได้ ซึ่ง จ.พระนครศรีอยุธยาก็ทำโครงการให้บรรณารักษ์ไปประชุมอบรมในลักษณะนี้แล้ว

ข้อมูลจาก อ.เอกชัย 

การซื้อพัสดุที่วงเงินเกินอำนาจอำเภอ จังหวัดให้อำเภอเป็นผู้ดำเนินการได้

1.การซื้อพัสดุที่วงเงินเกินอำนาจอำเภอ จังหวัดให้อำเภอเป็นผู้ดำเนินการได้

1. ระหว่างการอบรม "ยุทธศาสตร์และกระบวนทัศน์การจัดการเรียนการสอนของ กศน.ตำบล" ของ กศน.พระนครศรีอยุธยา ที่ เฮฟเว่นแควรีสอร์ท กาญจนบุรี 4 - 6 ก.พ.58 ในช่วงก่อนพักเที่ยงวันที่ 5 ก.พ. คุณดำรงค์ศักดิ์ ว่าวกำเหนิด อดีตเจ้าพนักงานพัสดุ สป.ศธ. มีความเชี่ยวชาญด้านการพัสดุมากที่สุดคนหนึ่งของกระทรวงศึกษาธิการ ปัจจุบันเกษียณแล้วมาเป็นที่ปรึกษาที่ สนง.กศน.จ.พระนครศรีอยุธยา ได้มาแนะนำเรื่องน่าสนใจในที่ประชุม เช่น


1.1 การซื้อการจ้างพัสดุของ กศน.อำเภอ/เขต แม้วงเงินจะเกินที่ได้รับมอบอำนาจ จังหวัด ก็ให้ กศน.อำเภอ/เขต เป็นผู้ดำเนินการได้ โดยในขั้นตอนขออนุมัติหลักการต้องส่งเรื่องให้จังหวัดอนุมัติ จากนั้น ถ้าจังหวัดตั้งบุคลากรอำเภอเป็นกรรมการและให้ยื่นซองที่อำเภอ กศน.อำเภอ/เขตก็ดำเนินการต่อ ถ้าผลการสอบราคาได้ราคาอยู่ในวงเงินในอำนาจ กศน.อำเภอ/เขตก็อนุมัติจัดซื้อจัดจ้างเองเลย แต่ถ้าผลการสอบราคาจะเสนอซื้อ/จ้างในราคาเกินอำนาจ ก็ส่งไปขออนุมัติที่จังหวัด

ข้อมูล อ.เอกชัย

พนักงานราชการขออนุญาตเดินทางไปราชการโดยรถยนต์ส่วนตัวได้

พนักงานราชการขออนุญาตเดินทางไปราชการโดยรถยนต์ส่วนตัวได้

http://nfeph.blogspot.com/2014/06/2-2-2.html ว่า ได้ แม้ไม่มีข้าราชการไปด้วย 

อยู่ที่ผู้มีอำนาจอนุมัติจะพิจารณาอนุมัติตามความจำเป็นและความเหมาะสม แต่ ผู้มีอำนาจอนุมัติให้ใช้รถส่วนตัวไม่ใช่ ผอ.กศน.อำเภอ/เขต เพราะ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการอนุมัติให้เดินทางไปราชการและการจัดการประชุมของทางราชการ พ.ศ.2524 ข้อ 11 ( 4 ) กำหนดผู้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติการเดินทางไปราชการในราชอาณาจักร ให้เป็นอำนาจของอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการ ( ของ กศน. ขณะนี้หมายถึงปลัดกระทรวง ) ซึ่งจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้ผู้ดำรงตำแหน่งใด ๆ เป็นผู้อนุมัติการเดินทางไปราชการในราชอาณาจักรแทนก็ได้

ตามคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ 270/51 ปลัดกระทรวงมอบอำนาจให้ ผอ.สนง.กศน.จ./กทม. ในข้อ 8 ว่า “การอนุมัติให้เดินทางไปราชการภายในราชอาณาจักรของตนเอง ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างในสังกัด และบุคคลภายนอก การอนุมัติค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ การใช้รถยนต์ส่วนตัวไปราชการ... ...”

แต่ ในคำสั่งที่มอบอำนาจให้ ผอ.กศน.อ./ข. ที่ 489/51 ข้อ 9 ระบุดังนี้
- วรรคหนึ่ง การอนุมัติไปราชการ ... ของข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษา พนักงานราชการ ลูกจ้าง บุคคลภายนอก ... ...

- วรรคสอง การอนุมัติไปราชการสำหรับตนเอง ของ ผอ.กศน.อ. ภายในเขตจังหวัดที่สถานศึกษาตั้งอยู่ และจังหวัดที่มีเขตติดต่อกับจังหวัดนั้น ... ...

- วรรคสาม การอนุมัติการใช้รถยนต์ส่วนตัวไปราชการภายในเขตพื้นที่ตามวรรคสอง

สรุปว่า ผอ.กศน.อ./ข. มีอำนาจอนุมัติการใช้รถยนต์ส่วนตัวได้เฉพาะการไปราชการภายในเขตพื้นที่ของตนเอง 

ส่วนข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง อื่น ๆ ถ้าจะขออนุมัติไปราชการโดยใช้รถยนต์ส่วนตัว ต้องขออนุมัติ ผอ.สนง.กศน.จ./กทม.

ครู ศรช. และครูสอนคนพิการเบิกค่าคุมสอบได้

ครู ศรช. และครูสอนคนพิการเบิกค่าคุมสอบได้ 

แต่ ปัญหาคือ วันเสาร์-อาทิตย์ ( วันคุมสอบ ) อาจไม่ใช่วันหยุดราชการของครู ศรช.บาง คน เช่น กศน.อ.บางแห่ง กำหนดให้ครู ศรช.และบรรณารักษ์บางคนทำงานในวันอาทิตย์ถึงพฤหัสฯ หยุดวันศุกร์ เสาร์ กรณีนี้วันอาทิตย์จะเป็นวันทำการปกติของเขา 

ซึ่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าตอบแทนการสอบ พ.ศ.2549 กำหนดว่าให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบในวันทำการปกติ เบิกค่าดำเนินการสอบในอัตราครึ่งหนึ่ง 

และ หลักเกณฑ์ กศน. กำหนดว่า บุคลากรในสังกัด กศน.ถ้าทำงาน เช่น สอนวิชาชีพ สอนเสริม ในเวลาราชการ ไม่ให้เบิกค่าตอบแทน

ฉะนั้น ถ้าจะให้ครู ศรช.เบิกค่าคุมสอบเต็ม เมื่อพบกลุ่มครั้งสุดท้ายก่อนสอบปลายภาคแล้ว กศน.อ.ต้องปรับเปลี่ยนให้ครู ศรช.มาทำงานวันจันทร์ถึงศุกร์ทุกวันทันที เพื่อให้วันเสาร์อาทิตย์เป็นวันหยุดราชการของเขา

ข้อมูล อ.เอกชัย

25 มกราคม 2559

ข้อห้ามในการซื้อหนังสือเรียน

ข้อห้ามในการซื้อหนังสือเรียน

1. การซื้อหรือจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียน

- ห้ามใช้วิธีพิเศษ หรือวิธีกรณีพิเศษ ก่อนที่จะดำเนินการโดยวิธีเปิดให้มีการแข่งขันกัน

- กรณีใช้วิธีตกลงราคา หรือวิธีเปิดให้มีการแข่งขันกัน จะต้องมีการกำหนดราคากลาง

- ราคากลาง ให้สืบค้นจากราคาในท้องตลาดที่มีการซื้อขายหนังสือของ กศน. หรือราคาซื้อขายย้อนหลัง 2 ปีงบประมาณ และให้นำราคาต่ำสุดมาเป็นราคากลาง


ข้อมูล อ.เอกชัย

24 มกราคม 2559

การเขียนหนังสือราชการ

การเขียนหนังสือราชการ




เกร็ดเรื่องการเขียนหนังสือราชการ

เกร็ดเรื่องการเขียนหนังสือราชการ (และหนังสือที่เป็นทางการ) ที่ถูกต้อง เพื่อไม่้ให้ "เสียหน้า" และ "เสียงาน"

คำขึ้นต้น "กราบเรียน" และคำลงท้าย "ขอแสดงความนับถืออย่างสูง" 

ใช้กับ ประธานองคมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานศาลฎีกา นายกรัฐมนตรี และรัฐบุรุษ เท่านั้น 

... ส่วนบุคคลอื่นๆ ทั่วไป ใช้คำขึ้นต้นว่า "เรียน" และลงท้ายว่า "ขอแสดงความนับถือ"

การใช้สรรพนามแทนตัวว่า "ข้าพเจ้า" ล้าสมัยแล้ว การแทนตัวว่า "ผม" "กระผม" หรือ ดิฉัน" เหมาะสมและทันสมัยกว่า

ท่อนจบที่ว่า "จึงเรียนมาเพื่อโปรด...." เยิ่นเย้อและไม่เหมาะสม ในปัจจุบันนิยมใช้คำว่า "จึงเรียนมาเพื่อ..." (ไม่มี โปรด) เช่น จึงเรียนมาเพื่อทราบ หรือ จึงเรียนมาเพื่อดำเนินการ

การเขียนขอบคุณแบบคาดหวังล่วงหน้า "จะขอบคุณยิ่ง" เป็นภาษาพูด คำที่เป็นภาษาเขียนและให้ความรู้สึกเน้นหนักกว่าคือ "จักขอบคุณยิ่ง"

การขอความช่วยเหลือว่า "ใคร่ขอความอนุเคราะห์" เป็นการใช้คำฟุ่มเฟือยและโยงไปถึงเรื่องรักๆ ใคร่ๆ แม้จะตัดคำว่า "ใคร่" ออกไปก็ไม่เสียความหมาย ใช้แค่ "ขอความอนุเคราะห์" ก็พอแล้ว

การเท้าความว่าเคยแจ้งรายละเอียดไปแล้ว แต่ครั้งนี้ไม่อยากจะพูดซ้ำ จะเขียนว่า "[ความเดิมโดยสรุป] ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น" หรือ "ความแจ้งแล้ว นั้น"

"ให้กับ" ไม่เป็นทางการ ที่เหมาะสมคือ "ให้แก่" ส่วนคำว่า "แด่" จะใช้กับผู้ที่อยู่ในสถานะสูงกว่า เช่น ถวายแด่

"ขอเชิญมาเป็น..." และ "ไม่ทราบจะทำอย่างไร" เป็นภาษาพูด ภาษาเขียนต้องใช้ว่า "ขอเชิญไปเป็น..." และ "ไม่ทราบว่าควรทำเช่นใด"

เรียบเรียงมาจากบทความ "การเรียนหนังสือราชการ" ของคุณสิริวิท อิสโร www.polsci.chula.ac.th/qapolsci/km3.htm ซึ่งเป็นการสรุปความมาจากโครงการอบรม "เทคนิคการเขียนอย่างมีประสิทธิภาพ" โดยอาจารย์จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ มี.ค. 2552

ประเมินเทียบระดับ