แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทียบโอน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทียบโอน แสดงบทความทั้งหมด

14 มีนาคม 2568

สกร.เตรียมเปิดสอบเทียบวัดความรู้

สกร.เตรียมเปิดสอบเทียบวัดความรู้ครั้งแรก เม.ย.นี้

นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เปิดเผยว่า สกร.ได้ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยอิงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดเดียวกันกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560 เสร็จแล้ว และได้นำเสนอหลักสูตรดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อให้การรับรองและเป็นที่ยอมรับร่วมกัน ซึ่งทาง สอศ.ตอบกลับมาว่าไม่ติดใจเรื่องของการเทียบระดับ แต่ถ้าเป็นการสอบรายวิชาแล้วนำมาเทียบมีระเบียบของ สอศ.รองรับอยู่แล้ว แต่เป็นอำนาจของสถานศึกษาที่มีข้อพิจารณาแตกต่างกัน จึงมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมว่าเพื่อให้การดำเนินงานราบรื่น ควรออกเป็นประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่องเทียบหลักสูตรมารองรับ สำหรับ สพฐ.ได้มีข้อเสนอแนะให้ปรับปรุงเนื้อหา เพื่อให้มีความรอบครอบรัดกุม ซึ่ง สกร.ก็ได้มีการปรับปรุงตามข้อเสนอแนะเรียบร้อยแล้ว และได้หารือกับ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ศธ. ซึ่งได้ให้ข้อเสนอแนะมา 2 ข้อ คือ 1.ให้ สกร.จัดทำประกาศ ศธ.เรื่องการเทียบหลักสูตร เพื่อให้ พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ.พิจารณาลงนามประกาศใช้ และ 2.ให้ สกร.มาวางแผนไทม์ไลน์ระยะเวลาการดำเนินงาน

อธิบดี สกร. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ สกร.ได้ดำเนินการตามข้อแสนอแนะแบบคู่ขนานไปพร้อมๆกับการเตรียมเริ่มต้น (kick-off ) ดำเนินการเทียบระดับการศึกษา ด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นครั้งแรกในเดือน เม.ย.นี้ โดยมีขอบข่ายเนื้อหาจัดสอบใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ดังนี้ 1. ภาษาไทย 2. คณิตศาสตร์ 3. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 5. สุขศึกษาและพลศึกษา 6. ศิลปะ 7. การงานอาชีพ และ 8. ภาษาต่างประเทศ ทั้งนี้ สำหรับระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สามารถเลือกแผนการสอบได้ทั้งแผนทั่วไป และแผนวิทย์ – คณิต สำหรับคุณสมบัติของผู้สมัคร ต้องเป็นนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่มีสัญชาติไทย ไม่จำกัดอายุ แต่ในกรณีอายุต่ำกว่า 20 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง เป็นผู้มีคุณวุฒิในระดับการศึกษาที่ต่ำกว่าระดับที่ประสงค์จะขอสอบเทียบหนึ่งระดับ ยกเว้นขอสอบเทียบวัดระดับอยู่ในระดับประถมศึกษา การสมัครสามารถสมัครด้วยรูปแบบออนไลน์ได้ที่ http://ekas.dole.go.th หรือ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองทุกจังหวัด และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับเขตคลองเตย กรุงเทพฯ รวมทั้งสิ้น 77 แห่งทั่วประเทศ

“การเทียบระดับการศึกษา ด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน มีเป้าหมายสำคัญเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่จำเป็นต้องเรียนแต่ในห้องเรียนเท่านั้น โดยเชื่อว่าทุกคนสามารถมีวุฒิการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ และเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในเรื่องการพัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น ทั้งในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาสนับสนุน และสอดคล้องกับนโยบายการจัดการศึกษาของ พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ ในด้านการลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง รวมถึงนโยบายการจัดการศึกษาที่เท่าเทียม พัฒนาคนไทยทุกคนในทุกช่วงวัย ให้ผู้เรียน “ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ” พัฒนา ส่งเสริม และสร้างความเสมอภาคเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มคุณภาพการศึกษา” นายธนกร กล่าว.

18 ตุลาคม 2563

การบริจาคโลหิต 1 ครั้ง ของนักศึกษา กศน. สามารถให้ผ่านกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) จำนวน 50 ชั่วโมง ด้วยหรือ..

การบริจาคโลหิต 1 ครั้ง ของนักศึกษา กศน. สามารถให้ผ่านกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) จำนวน 50 ชั่วโมง ด้วยหรือ..

ตอบว่า จริง ๆ แล้วไม่ถูกต้องเหมาะสม แม้จะเป็นอำนาจของผู้บริหารสถานศึกษาก็ตาม แต่ตามหลักสูตรก็มีหลักการ/หลักเกณฑ์ คล้ายกับการนำใบระเบียนที่ลากออกจากโรงเรียนในระบบมาเทียบโอนเป็นรายวิชา กศน. ไม่ว่าจะไปที่สถานศึกษาใด ถ้าเป็นใบ ปพ.ใบเดียวกัน ก็ควรเทียบโอนได้เหมือนกัน ไม่ใช่ไปสมัครสถานศึกษาหนึ่งให้เทียบโอนได้ 20 หน่วยกิต อีกสถานศึกษาหนึ่งให้เทียบโอนได้ 30 หน่วยกิต

เรื่อง กพช.นี้ หลักสูตรปี 51แตกต่างและพิจารณาง่ายกว่าหลักสูตรปี 30 โดยหลักสูตรปี 30 ใช้คำว่า “หน่วยกิจกรรม” ( ม.ต้น ให้ทำ กพช. 41หน่วยกิจกรรม, ม.ปลาย ให้ทำ กพช. 48หน่วยกิจกรรม ) ที่จริงเปลี่ยนเป็นให้ทำ กพช. 100 “ชั่วโมง” มาตั้งแต่หลักสูตรปี 44 แล้ว แต่หลายคนยังเข้าใจผิดในการคิดจำนวนชั่วโมง กพช.
ถ้าเป็นหน่วยกิจกรรมตามหลักสูตรปี 30โครงการใดจะให้กี่หน่วยต้องพิจารณาจากความสำคัญ-ประโยชน์-ความยากง่ายในการทำ แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นให้ทำ กพช. 100-200 ชั่วโมง ในหลักสูตรปี 44-51 แล้ว
จำนวนชั่วโมง ก็คือ “เวลาเป็นจำนวนชั่วโมงที่ต้องใช้ในการทำกิจกรรมนั้น” แค่นั้นเอง ไม่ต้องคิดมาก
ทุกโครงการที่ได้รับความเห็นชอบให้ทำ กพช.แล้ว จะต้องมีความสำคัญ-ประโยชน์มากพอแล้ว จะให้กี่ชั่วโมงก็แค่พิจารณาให้ได้ว่ากิจกรรมนั้นต้องใช้เวลาทำทั้งหมดกี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง การนับจำนวนชั่วโมง ให้นับจำนวนชั่วโมงที่ใช้ตั้งแต่ นศ.วางแผน-ประสานงาน-สรุปประเมินผล รวมด้วย
การบริจาคโลหิต ใช้เวลาไม่ถึง 50 ชั่วโมง การให้ กพช. 50 ชั่วโมงจึงไม่ถูกต้องไม่เหมาะสม
ในหนังสือแนวทางการเทียบโอน กพช. ( การ “เทียบโอน” หมายถึง กิจกรรมที่ทำก่อนขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา แต่ก็อาจอนุโลมให้คิดจำนวนชั่วโมง กพช.ระหว่างการเป็น นศ.กศน.ตามหนังสือนี้ได้ ) หน้า 8 ระบุว่า การบริจาคโลหิตทั่วไป ให้ กพช.ครั้งละ 25 ชม. ตามภาพประกอบโพสต์นี้

ขอบคุณ ข้อมูล อ.เอกชัย ยุติศรี



3 พฤศจิกายน 2559

แนวทางเทียบผลการเรียนในระบบมาเป็นของ กศน.

แนวทางเทียบผลการเรียนในระบบมาเป็นของ กศน.
ตอบ ให้ดูในหนังสือ “แนวทางการเทียบโอนผลการเรียนหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551”

ในหนังสือแนวทางการเทียบโอนผลการเรียนหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ( tiab_on.pdf ) เล่มนี้ มีแนวทางการเทียบโอนจากหลักสูตรพื้นฐานในระบบ ปี 44 แต่ไม่มีแนวทางการเทียบโอนจากหลักสูตรปัจจุบันในระบบ ส่วนในไฟล์ tiebOon.rar ที่รวมไฟล์ PowerPoint ของผมนั้น มีไฟล์แนวทางการเทียบโอนจากหลักสูตรปัจจุบันในระบบ รวมอยู่ด้วย

ขอบคุณข้อมูล อ.เอกชัย ยุติศรี

8 พฤศจิกายน 2558

วิธีการเทียบโอน

ตัวอย่าง .. การเทียบโอนผลการเรียน  แยกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้
ตัวอย่าง .. การเทียบโอนผลการเรียน  ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
ตัวอย่าง .. การเทียบโอนผลการเรียน  ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

วิธีเทียบโอนผลการเรียนหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช 2551 มีหลักเกณฑ์การเทียบโอนผลการเรียน ดังนี้ 
หมวด 1 หลักการการเทียบโอนผลการเรียน 
(1) สถานศึกษาจัดให้มีการเทียบโอนผลการเรียนในทุกภาคเรียน 
(2) แต่งตั้งคณะกรรมการเทียบโอนผลการเรียน 
(3) ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนเป็นนรายวิชา ตามสาระและมาตรฐานการเรียนรู้
(4) การเทียบโอนผลการเรียนหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551  เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเทียบโอนผลการเรียนได้
(5) การเทียบโอนผลการเรียนสามารถเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ทั้งจากการศึกษาในระบบ, การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย การฝึกอาชีพหรือประสบการณ์การทำงาน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการศึกษาตลอดชีวิต 
(6) มีวิธีการและหลักเกณฑ์การเทียบโอนผลการเรียนที่ได้มาตรฐานชัดเจนโปร่งใสและยุติธรรม
(7) ให้ใช้แนวทางการเทียบโอนตามเอกสารแนบท้ายระเบียบนี้
หมวด 2  วิธีการเทียบโอนผลการเรียน 
(1) การพิจารณาจากหลักฐานการศึกษา 
  1.1 การพิจารณาหลักฐานการศึกษาจากหลักสูตรที่จัดการศึกษาเป็นระดับเป็นการตรวจสอบหลักฐานผลการเรียนในรายละเอียดเกี่ยวกับระดับหรือชั้นปีที่เรียนจบมา รายวิชาที่เรียนผลการเรียน ความถูกต้องของหลักฐาน โดยหลักฐานการศึกษาที่นำมาเทียบโอนผลการเรียนต้องเป็นหลักฐานที่ออกโดยสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชนที่ได้รับการรับรองหรือมีวิทยฐานะ
  1.2 การพิจารณาหลักฐานจากการศึกษาต่อเนื่องเป็นการตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรเนื้อหาวิชาที่ศึกษา จํานวนชั่วโมง หน่วยงานที่จัดเพื่อพิจารณาเทียบโอนให้สอดคล้องกับรายวิชาตามหลักสูตรซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการเทียบโอนผลการเรียนของสถานศึกษา  
(2) การประเมินความรู้และประสบการณ์เป็นการวัดตรวจสอบ และประเมินผลการเรียนรู้ และประสบการณ์ของผู้เรียนที่เกิดจากการประกอบอาชีพ การทํางานจากการเรียนรู้ตามอัธยาศัยโดยใช้เครื่องมือประเมินที่หลากหลาย เช่น แบบทดสอบ แบบสัมภาษณ์ การปฏิบัติจริง เป็นต้น
หมวด 3  หลักเกณฑ์การเทียบโอนผลการเรียน 
(1) ให้คณะกรรมการเทียบโอนผลการเรียน ศึกษา วิเคราะห์หลักสูตรที่ผู้เรียนนําหลักฐานการศึกษามาเทียบโอนผลการเรียนแล้วจัดทําตารางวิเคราะห์หลักสูตรเพื่อใช้ในการเทียบโอนผลการเรียน
(2) การพิจารณาเทียบโอนให้พิจารณาจาก
  2.1 ระยะเวลาและระดับชั้นที่ผู้ขอเทียบโอนเรียนผ่านมา
  2.2 รายวิชา/หมวดวิชา ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ตัวชี้วัดของรายวิชา หรือคําอธิบายรายวิชา ระหว่างรายวิชาที่นํามาเทียบโอนกับรายวิชาที่รับเทียบโอนต้องมีความสอดคล้องกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 
  2.3 จํานวนหน่วยกิตของรายวิชา/หมวดวิชาที่นํามาเทียบโอนต้องไม่น้อยจํานวนหน่วยกิตในรายวิชาที่รับเทียบโอนผลการเรียน หากรายวิชาที่นํามาเทียบโอนผลการเรียน อาจนำรายวิชาอื่นที่อยู่ในสาระและมาตรฐานเดียวกันมานับรวมให้ได้จำนวนหน่วยกิตเท่ากันหรือมากกว่าจํานวนหน่วยกิตในรายวิชาที่รับเทียบโอนผลการเรียน
  2.4 ไม่รับเทียบโอนรายวิชา/หมวดวิชาที่มีค่าระดับผลการเรียนเป็น 0 , ร , มส. 
(3) ให้เทียบโอนผลการเรียนได้ทั้งรายวิชาบังคับและรายวิชาเลือก  โดยนับรวมกันแล้วต้องไม่เกินจํานวนหน่วยกิตที่กำหนดในแต่ละระดับการศึกษา คือ
      ระดับประถมศึกษา  เทียบโอนได้ไม่เกิน  36  หน่วยกิต   
      ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น  เทียบโอนได้ไม่เกิน  42  หน่วยกิต   
      ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  เทียบโอนได้ไม่เกิน  57  หน่วยกิต  
(4)  การให้ค่าระดับผลการเรียนจากการเทียบโอน 
     4.1  ผลการเรียนเป็นรายวิชาให้ใช้ค่าระดับผลการเรียนตามที่ปรากฏในหลักฐานการศึกษาที่นํามาเทียบโอน ถ้าผลการเรียนในหลักสูตรเดิมมากกว่า 1 รายวิชานํามาเทียบโอนกับหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้ 1 รายวิชา ให้นำค่าระดับผลการเรียนของรายวิชาที่ขอเทียบโอนมาเฉลี่ย  หากมีจุดทศนิยมตามหลักการทางคณิตศาสตร์เพื่อบันทึกผลการเรียนต่อไป
     4.2  ผลการเรียนเป็นหมวดวิชาให้ใช้ค่าระดับผลการเรียนของหมวดวิชาเป็นค่าระดับผลการเรียนในรายวิชาที่เทียบโอนได้
(5)  หัวหน้าสถานศึกษาพิจารณาอนุมัติผลการเทียบโอน    
      ขอบคุณแหล่งที่มา : เอกสารทางวิชาการลำดับที่ 32/2553  สำนักงาน กศน.   (Download คลิกที่นี่)

ขอบคุณเว็บไซด์ครูนอกระบบของครูอาคม จันทนี